ประวัติของลายผิววิทยา

การเกิดลายผิวประวัติของลายผิววิทยาประเภทของลายผิวเอกสารอ้างอิงนกแต่ละประเภท

  • ลายนิ้วมือมีประวัติความเป็นมาทั้งในด้านวงการแพทย์ นิติเวชศาสตร์ พันธุกรรมและมานุษยวิทยา ดังปรากฏหลักฐานแรกเริ่มในภาพเขียนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นภาพมือมีร่องรอยของลายมือชัดเจน และหลักฐานที่ชาวจีนสมัยโบราณใช้รอยพิมพ์นิ้วหัวแม่มือบนดินเหนียวที่ปิด ผนึกหีบใส่เงินเพื่อใช้ส่งมอบ อาจลำดับเหตุการณ์ตามปีพุทธศักราชได้ดังนี้


  • ปี พ.ศ. 2229

    ปี พ.ศ. 2229


    ศาสตราจารย์ด้านกายวิภาคศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโบลอคนาเขียนหนังสือเกี่ยวกับลายนิ้วมือระบุชนิดลายนิ้วมือเป็นแบบมัดหวายและแบบก้นหอย


  • ปี พ.ศ. 2266

    ปี พ.ศ. 2266


    ศาสตราจารย์เพอคินเจ (Purkinje) แห่งมหาวิทยา ลัยเบสสลอ (University of Breslau) ประเทศเยอรมันนี เขียนหนังสืออธิบายแบบแผนลายนิ้วมือพื้นฐาน 9 แบบ ซึ่งยังคงใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้


  • ปี พ.ศ. 2366

    ปี พ.ศ. 2366


    ดร.เฮนรี่ ฟาวลด์ (Henry Fauld)เขียนบทความตีพิมพ์อธิบายว่าลายนิ้วมือสามารถเป็นเครื่องระบุตัวบุคคลได้ท่านจึงได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลแรกในวงการนิติวิทยาศาสตร์ที่บุกเบิกการใช้รอยลายนิ้วมือที่ทิ้งไว้บนขวดเหล้า (ลายนิ้วมือแฝง) เป็นสิ่งพิสูจน์บุคคลได้


  • ปี พ.ศ. 2401

    ปี พ.ศ. 2401


    เซอร์วิลเลียม เฮอร์เซล (Sir William Herschel) ชาวอังกฤษเป็นคนแรกที่นำลายนิ้วมือมาใช้ประโยชน์ในการ พิสูจน์บุคคล ในประเทศอินเดียและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก


  • ปี พ.ศ. 2425

    ปี พ.ศ. 2425


    กิลเบอร์ต ทอมป์สัน (Gilbert Thompson) แห่งกองสำรวจธรณีวิทยา สหรัฐอเมริกา เสนอให้ใช้ลายนิ้วมือบนเอกสารสำคัญ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงลายมือชื่อ


  • ปี พ.ศ. 2435


    เซอร์ฟราน ซิสกาลตัน (Sir Francis Galton) นักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษได้ตีพิมพ์บทความวิชาการเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับระบบแบบแผนลายนิ้วมือที่สามารถระบุบุคคลได้ด้วยลักษณะพิเศษของลายเส้น บนลายนิ้วมือที่เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะบุคคลที่เรียกว่า จุดสำคัญ (minutiae point) ซึ่งสามารถอยู่ได้ทนทานถาวรตลอดอายุของบุคคลนั้นหลักการของกาลตันที่ใช้จุดสำคัญ นี้ยังคงใช้อยู่จนทุกวันนี้


  • ปี พ.ศ. 2444

    ปี พ.ศ. 2444


    หน่วยสืบราชการลับ สก๊อตแลนด์ยาร์ดแห่งประเทศอังกฤษ ได้ปรับปรุงระบบจำแนกลายนิ้วมือของกาลตันขึ้นใหม่โดยผู้บังคับการตำรวจ นครบาล ชื่อ เซอร์เอ็ดเวอร์ด เฮนรี่ (Sir Edward Henry) ใช้ชื่อระบบใหม่ว่า ระบบระบุลายนิ้วมือของกาลตัน และเฮนรี่ (Galton-Henry fingerprint identification system)


  • ปี พ.ศ. 2446


    ระบบเรือนจำแห่งรัฐนิวยอร์คสหรัฐอเมริกาได้เริ่มใช้ลายนิ้วมือเป็นเครื่องมือระบุตัวอาชญากรในปีถัดมากองทัพสหรัฐอเมริกาใช้ลายนิ้วมือในการระบุบุคคลที่ขึ้น ทะเบียนทหาร ขณะเดียวกันตำรวจเมืองบูเอนอส แอเรสได้ตีพิมพ์วิธีใช้ลายนิ้วมือในการค้นหาและระบุตัวฆาตรกรโดยใช้หลักฐานจากรอยลายนิ้วมือที่ทิ้งไว้บนเสาประตู วิธีการนี้ยังคงใช้จนถึงทุกวันนี้


  • ในช่วงปี พ.ศ. 2448-2473


    องค์กรด้านกฎหมายทั่วสหรัฐอเมริกาได้หันมาใช้ลายนิ้วมือ เป็นเครื่องระบุตัวบุคคล


  • ปี พ.ศ. 2462

    ปี พ.ศ. 2462


    รัฐสภาอเมริกันได้จัดตั้งหน่วยงานเอฟบีไอ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมจัดทำแผ่นลายนิ้วมือของประชากรอเมริกัน นับจนถึงปี พ.ศ. 2514 มีแผ่นลายนิ้วมือรวบรวมไว้แล้วถึง 200 ล้านฉบับ



  • ในด้านพันธุศาสตร์ของลายนิ้วมือนั้น การบุกเบิกได้เริ่มขึ้นหลังจากผลงานของกาลตันได้เผยแพร่ใน

  • ปี พ.ศ. 2435


    โดยมีการศึกษาวิทยาศาสตร์ของลายเส้นบนผิวหนัง (science of dermatoglyphics) ซึ่งรวมถึงลายฝ่ามือลายฝ่าเท้าด้วยการศึกษาการกระจายของแบบแผนลายนิ้วมือในกลุ่มชนชาติต่างๆ ทั่วโลกและการถ่ายทอดพันธุกรรมของแบบแผนลายเส้นบนผิวหนัง โดยนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน เช่น ไวเดอร์, พอลล์, แดง เมเจอร์ และบอน เนวี ซึ่งได้ศึกษาลายเส้นผิวหนังของทารกที่อยู่ในครรภ์ พบว่าจะเริ่มปรากฏเมื่ออายุครรภ์ที่ 8-13 สัปดาห์ และจะคงอยู่เช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง


  • เพนโรส (Penrose) ศึกษาลายมือและลายนิ้วมือของผู้ป่วยโรคพันธุกรรมในกลุ่มอาการดาวน์และอาการบกพร่องทางสมองแต่กำเนิดเป็นเวลาหลายปีและได้ค้นพบว่าเส้นลายนิ้วมือ สามารถบ่งบอกอาการบกพร่องทางสมองแต่กำเนิด ได้การศึกษาวิเคราะห์ลายเส้นผิวหนังเฟื่องฟูมากขึ้นเมื่อมีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ ของคัมมินส์ (Cummins) และมิดโล (Midlo)


  • ปี พ.ศ. 2486

    ปี พ.ศ. 2486


    ในการสัมมนาหัวข้อ “Fingerprint Palms and Soles” คัมมินส์ และมิดโลเป็นศาสตราจารย์ด้านจุลกายวิภาคศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยทูเลน สหรัฐอเมริกา เป็นผู้คิดค้นคำศัพท์ ลายเส้นผิวหนัง (dermatoglyphics) ซึ่งมาจากคำ derma (ผิวหนัง) และ glyph (รอยสลัก) ผลการศึกษาของศาสตราจารย์ทั้งสอง พบว่าคนที่เป็นโรคพันธุกรรมกลุ่มอาการดาวน์จะมีลายมือที่มีลักษณะพิเศษของ เส้นลายผิวหนังที่จะช่วยให้วินิจฉัยโรคมองโกลิซึม (Mongolism) ในเด็กแรกเกิดได้ รวมทั้งงานวิจัยในทารกในครรภ์เกี่ยวกับแบบแผนลายเส้นผิวหนัง ซึ่งพบว่าลายนิ้วมือเริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ และจะสมบูรณ์เต็มที่เมื่อทารกในครรภ์อายุ 4 เดือน การวิจัยโรคพันธุกรรมที่มีสาเหตุจากโครโมโซมผิดปกติ นอกเหนือจากกลุ่มอาการดาวน์ ได้แก่ เอ็ดเวอร์ดซินโดรม (Edward syndrome) เพเทาซินโดรม (Patau syndrome) คริดูชาต์ซินโดรม (Cri-Du-Chat syndrome) หรือแม้แต่โรคพันธุกรรมที่เกิดจากโครโมโซมเพศผิดปกติ ซึ่งได้แก่ เทอร์เนอร์ซินโดรม และไคล์นเฟลเตอร์ซินโดรม (Klinefelter syndrome) ว่ามีความเกี่ยวข้องกับลักษณะลายเส้นผิวหนังที่ปรากฏ ทำให้เพนโรส (Penrose) โด่งดังขึ้น


  • ต่อมาในปี พ.ศ. 2508

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2508


    เพนโรสได้ดำรงตำแหน่งประธานศูนย์เคนเนดี-กาลตัน ด้านการวิจัยพันธุศาสตร์และความบกพร่องของสมองซึ่งได้ขยายงานด้านลายเส้นผิว หนังรวมทั้งได้เป็นประธานจัดการประชุมนานาชาติเพื่อหาวิธีปรับมาตรฐานการเรียก ชื่อและการใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับลายเส้นผิวหนัง นักวิจัยในสถาบันนี้อีกคนหนึ่งคือ ซาราห์ โฮลต์ (Sarah Holt) มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับโรคพันธุกรรมที่เกิดจากโครโมโซมผิดปกติกับลักษณะแบบ แผนเฉพาะของลายเส้นผิวหนัง ในด้านแบบแผนการถ่ายทอดพันธุกรรม รวมถึงการวิจัยในคู่แฝด ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางแล้วว่าลายนิ้วมือสามารถบ่งบอกว่าแฝดคู่ไหน เป็นแฝดแท้หรือแฝดเทียม