Cpall, PPAC, ค้นหาตัวตน, ค้นหาศักยภาพ, วิเคราะห์ศักยภาพ, สแกนลายนิ้วมือ, สแกนลายผิว

คุณกำลังทำตัวอย่างพฤติกรรมไม่ดีให้ลูกเห็นอยู่หรือเปล่า ⁉️

ไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กหรือจะเป็นลูกวัยรุ่น พวกเขาคอยดูสิ่งที่พ่อแม่หรือคนใกล้ชิดทำอยู่เสมอ พวกเขาจะเห็นว่าพ่อแม่จัดการกับความเครียดอย่างไร พวกเขาดูว่าพ่อแม่ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไรและสังเกตว่าพ่อแม่จัดการกับความรู้สึกอย่างไร ลูกค่อย ๆ ซึมซับข้อมูลทั้งหมดเหมือนฟองน้ำเล็ก ๆ ที่กำลังซึมซับน้ำอยู่ พ่อแม่อาจจะคิดว่าลูก ๆ ไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่ตัวเองพูดหรือแสดงพฤติกรรมมากนัก แต่สิ่งที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก
🧒🧒🏻 หากเป็นเด็กเล็ก พ่อแม่อาจสังเกตจากการเล่นตุ๊กตาของลูก เพราะส่วนใหญ่เด็ก ๆ จะปฏิบัติต่อตุ๊กตาแบบเดียวกับที่ผู้ใหญ่ทำ พ่อแม่อาจไม่จำเป็นต้องทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่แปลกใหม่เพื่อดูว่าเด็ก ๆ เลียนแบบพ่อแม่ของพวกเขาอย่างไร เพราะอาจจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่สามารถสังเกตเห็นได้ทุกวัน เช่น เวลาแม่ทำกับข้าว ลูกอาจจะทำท่าหั่นผัก สับหมูเหมือนคุณแม่ด้วย หรือเวลาคุณแม่กวาดพื้น คุณแม่อาจสังเกตเห็นว่าลูกน้อยแสร้งทำเป็นกวาดด้วย หรือคุณพ่ออาจเห็นว่าลูกพาตุ๊กตาหมีเข้านอนแบบเดียวกับที่คุณพ่ออุ้มตอนกลางคืน หรือเล่านิทานให้ตุ๊กตาหมีฟัง เด็ก ๆ ทำซ้ำ ๆ ในสิ่งที่พวกเขาได้ยินและเลียนแบบสิ่งที่พวกเขาเห็น ด้วยเหตุนี้ พ่อแม่จึงต้องคำนึงถึงสิ่งที่เรากำลังสอนลูกโดยไม่ได้ตั้งใจด้วย
และนี่อาจเป็น 10 ตัวอย่างที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะจำลองพฤติกรรมที่ไม่ดีบางอย่างให้ลูก ๆ เห็นโดยไม่รู้ตัว ลองดูนะคะว่ามีพฤติกรรมไหนที่คุณพ่อคุณแม่อาจเผลอทำไปโดยไม่ตั้งใจและพฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลต่อพฤติกรรมหรือความคิดของลูก ๆ ได้เช่นกัน
⚠️ 1.แม่บอกแคชเชียร์ที่ร้านอาหารว่าลูกชายวัย 12 ขวบ อายุเพียง 11 ขวบเท่านั้น เพื่อจะได้รับส่วนลดที่ร้านบุฟเฟ่ต์ สิ่งที่ลูกชายกำลังเรียนรู้คือ บางครั้งมันก็โอเคนะที่จะโกหกเพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการ
⚠️ 2.พ่อใช้เวลาช่วงเย็นดูโทรทัศน์ แต่บอกลูกสาววัย 14 ปีว่าควรอ่านหนังสือมากกว่านี้
⚠️ 3.พ่อแม่บอกให้ลูกปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเคารพ แต่บางครั้งพวกเขามักจะวิจารณ์คนอื่นลับหลัง
⚠️ 4.พ่อแม่บอกให้ลูกชายหยุดเอานิ้วเข้าปาก แต่เมื่อเวลาแม่รู้สึกประหม่าหรือเครียด แม่ก็เผลอกัดเล็บตัวเอง
⚠️ 5.แม่บอกให้ลูกสาวมีจิตใจดีกับคนอื่น แต่แม่ก็ตะโกนใส่หรือพูดไม่ดีกับพนักงานร้านเมื่อร้านปฏิเสธที่จะรับของที่แม่พยายามจะคืน
⚠️ 6.พ่อบอกลูก ๆ ว่าควรทานอาหารเพื่อสุขภาพ แต่กลับแอบทานของหวานก่อนเข้านอน
⚠️ 7.พ่อแม่บอกให้ลูก ๆ แบ่งปันและมีน้ำใจกับสิ่งที่ลูก ๆ มี แต่พวกเขาอาจไม่เคยบริจาคหรือมีส่วนร่วมในการแบ่งปันของเหลือใช้หรือร่วมงานจิตอาสาใด ๆ
⚠️ 8.แม่บอกลูกว่าการสูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ ลูกไม่ควรไปยุ่งแต่พ่อก็สูบบุหรี่ให้ลูกเห็นเป็นประจำ
⚠️ 9.พ่อแม่บอกให้ลูกรับผิดชอบพฤติกรรมและทางเลือกของพวกเขา แต่เมื่อพ่อแม่ลืมนัดหมอฟันของลูก พวกเขาก็โต้เถียงกับพนักงานต้อนรับและบอกพนักงานว่าเธอลงตารางเวลาผิดแน่ ๆ
⚠️ 10.พ่อแม่บอกว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี แต่พ่อแม่ไม่เคยออกกำลังกาย หรือชวนลูกออกกำลังกายเลย

อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นเรื่องยากมากที่จะจำลองพฤติกรรมที่เหมาะสมสำหรับลูกอยู่ตลอดเวลา และไม่มีใครคาดหวังว่าพ่อแม่จะต้องสมบูรณ์แบบ แต่พ่อแม่ควรพยายามสร้างแบบจำลองหรือกฎที่ต้องการให้ลูกปฏิบัติตาม เช่น หากพ่อแม่ไม่ต้องการให้ลูกสูบบุหรี่ พ่อแม่ก็ไม่ควรสูบหรือจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้าก็ควรต้องเลิกจริงจัง หรือในทำนองเดียวกัน หากพ่อแม่ต้องการให้ลูกพูดความจริง พ่อแม่ก็ควรพยายามแสดงความซื่อสัตย์ด้วย เช่น หากพ่อแม่พูดโกหกเล็กน้อยแทนที่จะพูดความจริง ลูกจะเรียนรู้ว่าการโกหกเป็นสิ่งที่อาจยอมรับได้
📝 อาจมีบางกรณีที่พ่อแม่จำเป็นต้องอธิบายการตัดสินใจใด ๆ ที่อาจทำให้ลูกสับสน เช่น ถ้าเพื่อนบ้านทำขนมเค้กมาให้ และพ่อแม่คิดว่ารสชาติไม่อร่อย แต่เราก็ยังคงบอกว่าขนมเค้กอร่อยเพื่อเป็นการรักษาน้ำใจหรือรักษาความรู้สึกกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พ่อแม่จำเป็นต้องอธิบายให้ลูกฟังว่าพ่อแม่ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของเพื่อน หรือพ่อแม่อาจจะจำลองสถานการณ์เพื่อให้ลูกลองคิด เช่น ถ้าเพื่อนบ้านบอกว่ากำลังฝึกทำขนมอยู่และอยากทราบว่าขนมที่ทำเป็นอย่างไรบ้างจะได้นำไปปรับปรุง กรณีเช่นนี้ลูกคิดว่าลูกจะพูดความจริงหรือพูดรักษาน้ำใจ แต่หากเป็นกรณีเพื่อนบ้านซื้อขนมมาฝากและถามว่าขนมเป็นอย่างไรบ้าง ลูกคิดว่าจะพูดอย่างไร หรือถ้าในกรณีที่ลูกคิดว่าลูกรู้จักเพื่อนคนนี้ดีว่าเขาชอบให้พูดความจริง พูดตรง ๆ ได้ ลูกก็อาจจะเลือกพูดความจริงให้เขาฟังได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และบุคคลที่ลูกพูดด้วย พ่อแม่อาจจะต้องสอนให้ลูกฝึกคิดพร้อม ๆ กับการให้คำแนะนำในการสอนลูก ๆ เช่นกัน 😍😊🥰

ครอบครัว

Leave a comment