Cpall, PPAC, ค้นหาตัวตน, ค้นหาศักยภาพ, วิเคราะห์ศักยภาพ, สแกนลายนิ้วมือ, สแกนลายผิว

ทำไมการกระโดดจึงสร้างความแข็งแรงให้เด็กช่วงอายุ 2-8 ปี ❗️


เมื่อเด็ก ๆ กระโดดได้เป็นครั้งแรก พวกเขาคงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยนะคะ ไหนจะต้องอาศัยความกล้าและความมั่นใจที่จะก้าวข้ามความกลัวบางอย่างออกไป เพราะเป็นครั้งแรกที่เท้า 2 ข้างของพวกเขาจะไม่ติดพื้น ครั้งแรกที่รู้สึกเหมือนลอยอยู่บนอากาศระยะหนึ่งและเท้าทั้ง 2 ข้างกลับมาที่พื้นอีกครั้ง และเมื่อพวกเขากระโดดได้ต่อเนื่องแล้ว ความสนุกก็กำลังมาค่ะ
เพราะการกระโดดเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็กในการเรียนรู้เกี่ยวกับการควบคุมร่างกาย ช่วยให้พวกเขาปรับปรุงท่าทางและความยืดหยุ่น และสำหรับเด็กที่ไม่ชอบเล่นกีฬา การออกกำลังกายโดยไม่รู้ตัวก็ได้ผลดีมากเช่นกันค่ะ
การกระโดดจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กในวัยหัดเดินสามารถเดิน ขึ้นและลงบันได วิ่งเหยาะๆ และเดินด้วยนิ้วเท้าได้ แม้ว่าการกระโดดจะไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กวัยหัดเดิน แต่เด็กอายุระหว่าง 2 ถึง 8 ปีควรเริ่มกระโดดและพวกเขาจะได้รับประโยชน์มากมายจากการกระโดดนี้ เมื่ออายุ 24 เดือน เด็ก 50% สามารถกระโดดด้วยเท้าทั้งสองข้างได้ และเมื่ออายุ 27 เดือน สิ่งนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 75% การกระโดดช่วยพัฒนาความแข็งแรงของขาและการทรงตัว เพราะต้องใช้การประสานกันของการเคลื่อนไหวส่วนบนและส่วนล่าง และสายตาที่ต้องใช้ประเมินระยะในการกระโดดไปข้างหน้า การกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง หรือเมื่อโตขึ้นการเล่นกีฬา เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ฯลฯ ก็ต้องใช้ทักษะการกระโดดเช่นเดียวกัน และเมื่อเด็ก ๆ รู้สึกสนุกกับการกระโดด พวกเขาก็ชอบที่จะกระโดดไปรอบ ๆ และหากิจกรรมที่ได้ทั้งกระโดดด้วย เล่นไปด้วย เรามาดูกันค่ะว่าการกระโดดมีประโยชน์อย่างไรบ้างสำหรับพวกเขาค่ะ 😍
💪🏻 กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวแข็งแรงขึ้น
กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core muscles) เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ใกล้กับแกนกลางของลำตัว ทำหน้าที่ในการเคลื่อนไหวกระดูกสันหลัง ก่อให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ และเมื่อมีการเคลื่อนไหวแขนหรือขา กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวยังมีหน้าที่ในการทรงท่า ทำให้แกนกลางลำตัวอยู่นิ่ง เพิ่มความมั่นคงให้กับกระดูกสันหลัง การกระโดดจึงเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวทั้งหมดที่ใช้ในการกระโดดขึ้นและกระโดดลง การกระโดดบนพื้นผิวที่เด้งได้ เช่น แทรมโพลีน จะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายของกล้ามเนื้อและข้อต่อ นอกจากนี้การกระโดดช่วยให้มีความยืดหยุ่นและช่วยให้ข้อต่อและกล้ามเนื้องอและเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น
💓 หัวใจแข็งแรง
การกระโดดเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ดี เนื่องจากจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและทำให้ออกซิเจนถูกสูบฉีดไปทั่วร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เด็กตื่นตัวและมีสุขภาพดีขึ้น
🧠 การประสานงานที่ดีขึ้น
ทั้งสมองและร่างกายของเด็กทำงานควบคู่กันเพื่อรักษาการประสานงานและความสมดุลที่ดี การกระโดดช่วยพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว การประสานมือ ขา และตาของเด็กอย่างมาก
🏋️ ทำให้มีน้ำหนักตัวเหมาะสม
จากการใช้ชีวิตประจำวันในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่เด็ก ๆ จะมีน้ำหนักเกินจากการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือใช้เวลาอยู่หน้าทีวีและเล่นวิดีโอเกมมากเกินไป การกระโดดจึงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการลดน้ำหนักและรักษาน้ำหนักให้เหมาะสมสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักเกินเพื่อให้ร่างกายเพรียวบางและยืดหยุ่นมากขึ้น
🔁 ระบบน้ำเหลืองแข็งแรงขึ้น
การที่เด็ก ๆ กระโดดสามารถกระตุ้นระบบน้ำเหลืองได้ วิธีนี้จะควบคุมปริมาณสารพิษในร่างกาย และเมื่อจัดการสารพิษได้ดี ก็ช่วยให้ห่างไกลโรคได้มากขึ้น
🔥 เผาผลาญพลังงานได้ดี
เด็ก ๆ ที่มีพลังเยอะอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่หมดแรงอย่างรวดเร็ว การกระโดดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้พวกเขาใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่ กุญแจสำคัญของการใช้พลังงานส่วนเกินนี้คือให้เด็ก ๆ กระโดดไปรอบ ๆ จนกว่าพวกเขาจะหมดแรง พวกเขาจะงีบหลับง่ายขึ้นหลังจากใช้พลังงานเหล่านี้หมดไป
📋 กิจกรรมทางเลือกสำหรับเด็กพลังงานน้อย 📋
เด็ก ๆ ที่ชอบเก็บตัวหรือไม่ค่อยชอบเล่นกีฬา ก็ยังสามารถได้รับประโยชน์จากการกระโดดนี้ ถึงแม้จะต้องใช้ความพยายามสักเล็กน้อย แต่ก็เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและช่วยให้พวกเขารู้สึกสนุกสนานได้โดยไม่รู้สึกกดดันในการเข้าสังคม
การกระโดดเป็นการออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็ก ๆ พวกเขาสามารถกระโดดได้ทุกที่ ทุกเวลาเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สำหรับเด็ก ๆ แล้วการกระโดดไม่เพียงแต่เป็นการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานได้ตลอดวันอีกด้วย ถึงแม้การเริ่มต้นกระโดดจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทักษะเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนเพื่อที่จะเชี่ยวชาญ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถทำได้เพื่อช่วยส่งเสริมการกระโดดคือ การให้เวลา การให้พื้นที่ การให้โอกาสที่เด็ก ๆ จะได้เคลื่อนไหวร่างกาย และคุณพ่อคุณแม่เองก็สามารถกระโดดและสนุกไปกับลูก ๆ ได้ค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพตนเองอยู่เสมอเพื่อเตรียมพร้อมกับการทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ กันนะคะ

Leave a comment